ทันตกรรมจัดฟัน

คลินิกทันตกรรมของเราให้บริการทางทันตกรรมครอบคลุมทุกสาขา

  • จัดฟันคืออะไร
  • จัดฟันมีกี่เเบบ ?

การจัดฟันคืออะไร ?

การจัดฟันเป็นวิธีช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติ ไม่สมดุล ให้เรียงตัวกันอย่างเหมาะสม สบฟันได้ตามปกติ รวมทั้งตำแหน่งขากรรไกรมีความเหมาะสม ไม่เพียงเท่านั้นการจัดฟันยังเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับช่องปากในอนาคตได้ด้วย

การจัดฟันเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันด้วยการใช้เครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน

ใครบ้างควรจัดฟัน ?

• ฟันเหยิน เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้มากที่สุด
• ฟันซ้อน มักเกิดกับผู้ที่มีโครงกรามแคบมัก ทำให้พื้นที่ในช่องปากไม่กว้างพอสำหรับฟัน ส่งผลให้ฟันภายในช่องปากซ้อนทับกัน
• ฟันยื่นไม่สบกัน
• มีปัญหาการบดเคี้ยว บางคนมีจุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกันทำให้ฟันทั้งสองแถวไม่สามารถสบกันได้สมบูรณ์จนทำให้ดูเหมือนฟันเก และมีปัญหาด้านการบดเคี้ยว
• ฟันห่าง

ทำไมต้องจัดฟัน ?

เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีขนาด รูปร่าง และการเรียงตัวที่แตกต่างกัน โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด บางครั้งฟันอาจเรียงตัวไม่เหมาะสมจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เช่น ทำความสะอาดฟันลำบาก มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว เป็นต้น การจัดฟันจะช่วยทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุ หรือโรคเหงือกได้ด้วย 

นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยแก้ปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้อีก เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือช่วยในเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยทันตแพทย์จะใส่เครื่องมือในช่องปากเพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นและไม่ถูกอุดกั้นขณะหลับ เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้น หรือเนื้อเยื่อในลำคอหย่อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ

ควรเริ่มจัดฟันเมื่อไหร่ ?

การจัดฟันสามารถทำได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะเริ่มที่อายุประมาณ 11 – 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ส่วนระยะเวลาการจัดฟันขึ้นอยู่กับลักษณะฟันของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18 - 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย เช่น การรักษาความสะอาดของเครื่องมือจัดฟันและช่องปาก หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็ง เหนียว และกรอบ เพราะเสี่ยงต่อการทำเครื่องมือจัดฟันเสียหาย การมาพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับเครื่องมือจัดฟันให้สอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของฟัน

กรณีที่ผู้ต้องการจัดฟันมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องใส่เครื่องมือนานกว่าปกติเพราะการเคลื่อนตัวของฟันจะช้ากว่าผู้มีอายุน้อย อีกทั้งยังมีโอกาสเหงือกร่นมากกว่าด้วย หลังจัดฟันเสร็จผู้ป่วยกลุุ่มนี้ยังต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อช่วยรักษาสภาพฟันที่จัดแล้วให้นานกว่าปกติด้วย

บางคนเข้าใจผิดว่า เมื่อมีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปจะไม่สามารถจัดฟันได้ เป็นความเข้าใจที่ผิด ท่านยังสามารถจัดฟันได้ตามปกติแต่อาจจะใช้เวลามากกว่า หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับทันตแพทย์ได้

 

จัดฟันมีกี่เเบบ ?

ในปัจจุบันการจัดฟันมีให้เลือกหลายรูปแบบ และยังเป็นทางเลือกให้กับคนไข้ โดยจะขึ้นอยู่กับความสะดวกเเละงบประมาณ หลักๆ มี 3 เเบบ 

1. การจัดฟันแบบโลหะธรรมดา

มีจุดเด่นอยู่ที่สีสันของยางรัดลวดดัดฟัน และมักเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น แต่อาจมีข้อเสียคือ ผู้เข้ารับบริการจะต้องมามาพบทันตแพทย์ทุกเดือนเพื่อปรับอุปกรณ์

ข้อดีของการจัดฟันแบบลวดเหล็ก
1. ราคาถูกที่สุด ถ้าเทียบกับการจัดฟันแบบดามอน หรือการจัดฟันแบบใส การจัดฟันแบบลวดเหล็กธรรมดานั้นมีราคาถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ใครต่อใครนิยมเลือกการจัดฟันแบบลวดเหล็กเป็นส่วนใหญ่
สามารถจัดฟันได้ทุกรูปแบบ เช่น ฟันเก ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันล้ม
2. ได้ใส่ยางรัดฟัน หลายๆ คนชื่นชอบและสนุกกับการเลือกสียางรัดฟัน และเปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาง เรียกได้ว่า เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการจัดฟันแบบนี้เลยก็ว่าได้ บางครั้งโทนสีของยางจัดฟันก็สามารถบ่งบอกบุคลิกตัวตนของเราได้เหมือนกันนะ

2. การจัดฟันเเบบดามอน

การจัดฟันแบบดามอนเป็นการใช้เครื่องมือจัดฟันระบบดามอน (Damon system) ซึ่งเป็นการนำข้อดีของเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะและเครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิกมารวมกัน โดยจะใช้กลไกสไลด์เพื่อจับกับลวดดัดฟันโดยไม่ต้องใช้ยางรัด ทำให้ใช้แรงในการยึด และดึงฟันน้อยกว่า

การจัดฟันแบบดามอนมีข้อดีกว่าเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะดังนี้

1.เจ็บปวดน้อยกว่า: เพราะเครื่องมือระบบดามอนมีแรงดึงน้อย มีความฝืดต่ำ ทำให้ไม่ต้องเจ็บระบมทั้งปากเหมือนกับเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะที่ใช้ยางรัดฟัน

2.ลดการระคายเคืองของเครื่องมือจัดฟันและลดการเสียดสีของเครื่องมือภายในช่องปาก เพราะเครื่องมือระบบดามอนมีขนาดเล็กกว่า 

3. มีประสิทธิภาพมาก ฟันเรียงตัวได้เร็ว เพราะเครื่องมือมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนฟันสูงจึงใช้ระยะเวลาในการจัดฟันน้อยกว่าเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะ

4. อาจไม่จำเป็นต้องถอนฟัน  เนื่องจากระบบดามอนจะช่วยให้ทันตแพทย์ขยายพื้นที่การเรียงฟันออกไปได้มากขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องถอนฟันเพื่อหาช่องว่าง ยกเว้นผู้ที่มีฟันซ้อนเกมากๆ ซึ่งการมีฟันครบย่อมดีกว่าทั้งในแง่การเคี้ยวอาหารและยังทำให้รูปหน้าหลังจัดฟันไม่ตอบลงมากเกินไป

5. ดูแลความสะอาดได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องใส่ยางรัดฟันซึ่งเป็นแหล่งสะสมของคราบหินปูนและแบคทีเรีย ทั้งยังแปรงฟันได้ง่ายกว่าจึงทำให้สุขภาพในช่องปากดีขึ้นและไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องกลิ่นปาก ฟันผุ เหงือกอักเสบ ซึ่งมักเกิดตามมาจากเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะในผู้ที่ดูแลความสะอาดของช่องปากไม่ดีพอ

6. ไม่ต้องมาพบทันตแพทย์บ่อยๆ  การจัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะจะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก 3-5 สัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนยางและปรับเครื่องมือ แต่สำหรับการจัดฟันแบบดามอนอาจมาพบทันตแพทย์ 3-4 เดือนต่อครั้ง การจัดฟันแบบดามอนจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาคลินิกบ่อยๆ

ข้อเสีย 

1.ราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบลวดเหล็กธรรมดาค่อนข้างมาก
2.เครื่องมือจัดฟันเกิดหินปูนได้ง่าย จึงต้องดูแลความสะอาดมากกว่าปกติ

3. การจัดฟันแบบใสถอดได้ Invisalign

การจัดฟันแบบใส การใช้เครื่องมือจัดฟันที่เป็นพอลิเมอร์บางๆ ใสๆ มาใส่ครอบฟันเพื่อปรับโครงสร้าง ตำแหน่ง และการเรียงตัวของฟัน แทนการใส่เครื่องจัดฟันแบบโลหะ ทั้งนี้เราคุณสามารถถอดและใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสได้เองอย่างง่ายดาย

ยี่ห้อของเครื่องมือจัดแบบใสซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก คือยี่ห้อ (Invisalign) ดังนั้นบางคนจึงนิยมเรียกการจัดฟันแบบนี้ว่า "การจัดฟันแบบอินวิสไลน์" ไปด้วย  

ก่อนเริ่มจัดฟันแบบใส ทันตแพทย์จะต้องสแกนฟันเพื่อประเมินแนวทางการรักษาว่า ควรจะปรับรูปฟันแบบไหน เคลื่อนตำแหน่งฟันอย่างไร จากนั้นก็จะเริ่มใส่ชุดเครื่องมือจัดฟันที่ออกแบบมาพิเศษตามรูปฟันแต่ละคน โดยจะต้องเปลี่ยนชุดเครื่องมือจัดฟันทุก 2 สัปดาห์ จำนวนชุดเครื่องมือที่ใช้จะมาก หรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและแนวทางการรักษาที่ทันตแพทย์วางไว้

การจัดฟันเเบบใส ดีอย่างไร ?

การจัดฟันแบบใส ช่วยปรับการเรียงตัวของฟันให้สวยเป็นระเบียบได้เหมือนกับการจัดฟันทั่วไป แถมยังมีจุดเด่นที่เหนือกว่าการใส่เหล็กจัดฟันด้วย เช่น

มองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟันในปากทำให้มั่นใจมากขึ้นเวลายิ้ม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ว่า กำลังจัดฟันอยู่
ดูแลความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันแบบใสสามารถถอดออกได้เวลารับประทานอาหารและแปรงฟัน จึงไม่ต้องกังวลว่า จะมีเศษอาหารเข้าไปติด ทั้งยังสามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ
ชุดเครื่องมือจัดฟันสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของคราบหินปูน และสิ่งสกปรกต่างๆ
เมื่อไม่มีเครื่องจัดฟันแบบโลหะจึงไม่มีปัญหาในการพูด ออกเสียง การเคี้ยวอาหาร และสามารถลดอาการเหงือกบวมแดง หรือเจ็บระคายเคืองในปากเนื่องมาจากเหล็กจัดฟันด้วย
ไม่ต้องมาพบทันตแพทย์บ่อยๆ โดยจะนัดมาติดตามผลทุกๆ 2-3 เดือน ต่างจากการจัดฟันแบบปกติที่ต้องมาคลินิกทุก 3-5 สัปดาห์

ขั้นตอนการจัดฟันเเบบใส

ขั้นตอนในการจัดฟันแบบใส
การจัดฟันแบบใสแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1. ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนจัดฟันแบบใส
ผู้ต้องการจัดฟันต้องมาพบทันตแพทย์ เพื่อประเมินลักษณะฟันว่า สามารถจัดฟันแบบใสได้หรือไม่ จากนั้นจะต้องสแกนฟันด้วยเครื่องมือพิเศษที่แสดงผลรูปแบบพิมพ์ปากของเราออกมาเป็นรูปแบบ 3 มิติ เพื่อใช้ประเมินว่า แนวทางการรักษาจะเป็นอย่างไร มีลำดับการเคลื่อนตำแหน่งฟันตรงไหน อย่างไรบ้าง และต้องใช้ชุดเครื่องมือจำนวนกี่ชุด เพื่อปรับฟันให้เรียงสวยเข้ารูป ตรวจสภาพฟันและเคลียร์ช่องปาก โดยการอุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด และกรอฟัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการใส่เครื่องมือจัดฟัน
2. ขั้นตอนระหว่างการจัดฟันแบบใส
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมตัวแล้ว ทันตแพทย์จะนัดรับชุดเครื่องมือจัดฟันชุดแรก พร้อมสอนวิธีการใส่ รวมทั้งแนะนำข้อปฏิบัติต่างๆ โดยคุณต้องใส่เครื่องมือไว้ตลอดเวลา ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและแปรงฟัน
เมื่อสวมใส่เครื่องมือชุดแรกครบตามกำหนดแล้ว ทันตแพทย์จะนัดอีกครั้งเพื่อติดตามผลและให้เครื่องมือชุดต่อๆ ไป โดยการจำนวนเครื่องมือและระยะเวลาใส่การใส่และติดตามผลนั้นขึ้นอยู่กับประเภท Invisalign ของแต่ละคน
3. ขั้นตอนหลังการจัดฟันแบบใส
เมื่อถอดเครื่องมือชุดสุดท้ายออกแล้ว คุณจะต้องใส่รีเทนเนอร์ไปอีกระยะหนึ่งเพื่อคงสภาพฟันไว้ ตามที่ทันตแพทย์กำหนด

อยากจัดฟัน ปวดฟัน หรือฟันมีปัญหา ทันตเเพทย์พร้อมให้คำปรึกษาฟรี

สนใจสำรองคิว ขอคำปรึกษาจากหมอฟันใจดี

ช่องทางการติดต่อ

เบอร์โทรติดต่อ เเละช่องทางโซเชียล

086-378-3019

02-454-4962

เวลาทำการ

เปิดทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์

เวลา 10.00 -20.00 น.

%d bloggers like this: